เงินบาททรงตัว เปิดที่ 33.69 บาท จับตา Fed–ทองคำร่วง กดดัน
เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 33.69 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัว แต่ยังมีความเสี่ยงอ่อนค่า หากราคาทองคำปรับลงต่อ ขณะที่ตลาดจับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.69 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.66-33.71 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะได้แรงหนุนบ้าง ตามการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์
โดยเงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่คลายกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ Fed หลังดัชนี ISM PMI ภาคการบริการ เดือนกันยายน ชะลอลงสู่ระดับ 54.9 จุด ต่ำกว่าที่ตลาดมองไว้ 55.1 จุด กอปรกับการปรับตัวลงต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวลงต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม และการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง ที่ ระดับ 33.55-33.80 บาท/ดอลลาร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวลดลง กอปรกับการชะลอตัวลงของดัชนี ISM PMI ภาคการบริการ ช่วยคลายความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ลงบ้าง หนุนให้บรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ ต่างปรับตัวขึ้น อาทิ Nvidia +2.1% อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อีกทั้งผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ที่จะรับรู้มากขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 0.2% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดบวก 0.7% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 1.7%
ตลาดบอนด์ – แม้ในช่วงแรกบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบโซน 5.35% ทว่า จังหวะปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ กอปรกับแรงซื้อ Buy on Dip บอนด์ระยะยาวของผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะฝั่งผู้เล่นรายย่อย (สะท้อนจากโฟลว์เข้าซื้อ ETF บอนด์ระยะยาวในช่วงนี้) ได้ช่วยชะลอการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ก่อนที่จะทรงตัวแถวระดับ 5.30% แม้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์ย่อตัวลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ตามรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดได้เริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ลดความน่าสนใจในการถือครองเงินดอลลาร์ลงบ้าง ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อลง สู่โซน 102.1 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 102.1-102.4 จุด)
ทองคำ – แม้ผู้เล่นในตลาดจะคลายกังวลต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักบ้าง ตามการปรับตัวลงของราคาพลังงาน อีกทั้ง เงินดอลลาร์ได้ทยอยย่อตัวลง ทว่า ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ยังคงเผชิญแรงกดดันจากจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว (ที่ถูกขับเคลื่อนจากปัจจัยความกังวลต่อเสถียรภาพการคลัง) รวมถึงภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทำให้ ราคาทองคำทยอยปรับตัวลดลงสู่โซน 4,160-4,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP พร้อมรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ Fed เพื่อประกอบการประเมิน แนวโน้มดอกเบี้ย Fed นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานภาวะและแนวโน้มตลาดพลังงาน โดยทาง EIA (Short-term Energy Outlook)
Krungthai Global Markets มองเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
ในช่วงระหว่างวัน บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท รวมถึงบรรดาสกุลเงินฝั่งเอเชียได้บ้าง ตราบใดที่ราคาพลังงานไม่ได้พลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งต้องรอจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเรามองว่าหากผู้เล่นในตลาดเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยง อาจเห็นแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติที่ชะลอลง (แต่อาจยากที่จะเห็นการกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง จนกว่าตลาดจะคลายกังวลประเด็นสถานการณ์ในตะวันออกกลางและภาวะน้ำท่วมของไทย) ทำให้การอ่อนค่าของเงินบาทอาจจำกัดในโซนแนวต้านแรกแถว 33.75 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านสำคัญ 33.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์)
อย่างไรก็ดี เรายอมรับว่าเงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าอยู่ หลังราคาทองคำ (XAUUSD) ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง ทั้งใน Time Frame รายวัน และรายสัปดาห์ ทำให้ยังคงมีความเสี่ยงที่ราคาทองคำอาจปรับตัวลงต่อทดสอบโซนแนวรับสำคัญ 3,900-4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้เงินบาทอาจอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.68 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.70 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ โดยถูกกดดันจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนมีความกังวลว่าเงินเฟ้อจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดไว้
แม้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเดือนนี้ แต่ข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยนักลงทุนได้เพิ่มการคาดการณ์ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค. ถึง 79%
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตารายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนก.ย. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ทั่วโลกจับตาการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 (AM2026) ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. คาดว่าที่ประชุมจะมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ เศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน หนี้สาธารณะ เสถียรภาพทางการเงิน สงครามและภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจโลก
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ ขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 895 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2,257 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.60 - 33.75 แนะนำ ซื้อ 33.60 / ขาย 33.75
- EUR/THB 37.50 - 38.00 แนะนำ ซื้อ 37.50 / ขาย 38.00
- JPY/THB 0.2110 - 0.2150 แนะนำ ซื้อ 0.2110 / ขาย 0.2150
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB